คณะกรรมการบริหารนโยบายแห่งชาติ เห็นชอบ รับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ในโครงการเซเปียน –เซน้ำน้อย กำลังการผลิต 390 เมกะวัตต์
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า คณะกรรมการบริหารนโยบายแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ในโครงการเซเปียน –เซน้ำน้อย กำลังการผลิต 390 เมกะวัตต์ โดยจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 ส่งผ่านเข้าระบบสายส่งบริเวณชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี คิดอัตรารับซื้อไฟฟ้า 2.30 บาทต่อหน่วย มีสัญญาโครงการ 27 ปี เป็นการร่วมทุนของ 2 บริษัทจากประเทศเกาหลี ถือหุ้นร่วมร้อยละ 51 บริษัท ราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัดร้อยละ 25 และ บริษัท ลาว โฮลดิ้ง จำกัด ร้อยละ 24
เพื่อแก้ปัญหาความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่เพียงพอในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย โครงการนี้อยู่ในกรอบข้อตกลงความร่วมมือ ไทย-ลาว จำนวน 7,000 เมกะวัตต์ รวมทั้ง ได้มีการเจรจาโครงการน้ำเงี๊ยบจำนวน 269 เมกะวัตต์ ที่จะเข้าระบบในปี 2561 ส่วนการทำข้อตกลงระหว่าง ไทย-พม่า จำนวน 1,500 เมกะวัตต์ ยังไม่มีความคืบหน้าขณะที่แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของ ประเทศไทย ระหว่างปี 2553-2573 (พีดีพี 2010) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กฟผ. พร้อมปฏิบัติตามมติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ส่วนกรณีการปรับลดการก่อสร้างโรง ไฟฟ้าถ่านหินเหลือประมาณ 4,000 เมกะวัตต์ รัฐบาล ได้มอบหมายให้ กฟผ.เป็นผู้ก่อสร้างเองทั้งหมด รวมถึงการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับความจำเป็นใน การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต โดยโรงไฟฟ้าโรงแรกจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบการผลิตไฟฟ้าของประเทศได้ใน ปี 2561สำหรับ การสำรองไฟฟ้าในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) หน้าร้อนลดลง ผู้ว่าการกฟผ. ย้ำว่า กฟผ.มีแผนในการบริหารการสำรองไฟฟ้าปีหน้าด้วยการชะลอการปิดซ่อมบำรุงโรง ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อนออกไปก่อน เพื่อให้มีไฟฟ้าเพียงพอกับความต้องการใช้ ขณะที่ การสำรองไฟฟ้าระหว่าง ปี 2559-2564 จะไม่พบปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ เนื่องจากจะมีโรงไฟฟ้าใหม่เข้าระบบเพิ่มขึ้น เช่น โรงไฟฟ้าวังน้อย 4 โรงไฟฟ้าจะนะ 2 โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ 2 และโรงไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่อื่นๆ