ผู้นำอาเซียนประกาศใช้ปฏิญญาสิทธิมนุษยชน แต่นักวิจารณ์สับเละ ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล
บรรดาผู้นำจาก 10ประเทศ สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)ประกาศในวันอาทิตย์ (18) ใช้ปฏิญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ถูกมองว่าเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของภูมิภาค ซึ่งเป็นบ้านของประชากรกว่า 600 ล้านคน ณ เวทีการประชุมสุดยอดประจำปีที่จัดขึ้นที่กรุงพนมเปญของกัมพูชา แต่นักวิจารณ์กลับเห็นว่ายังไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนของโลก อัลเบิร์ต เดล โรซาริโอ รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีสำคัญ ในการผลักดันปฏิญญาด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าวเผยหลังพิธีลงนาม โดยระบุ ปฏิญญาสิทธิมนุษยชนของอาเซียนนี้จะเป็นมรดกที่สืบทอดไปยังลูกหลานของเราใน ทั้ง 10 ประเทศ ก่อนหน้านี้ นาวี พิลเลย์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชาวแอฟริกาใต้ รวมถึง กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากทั่วโลกมากกว่า 60 กลุ่ม ได้ออกโรงเรียกร้องให้สมาชิกอาเซียนซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายกันในทางการ เมืองการปกครอง เลื่อนกำหนดการประกาศใช้ปฏิญญาฯดังกล่าวออกไปก่อนท่ามกลางความกังวลว่า อาจไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้านสิทธิมนุษยชนที่ทั่วโลกให้การยอมรับ อีกทั้งยังมีเสียงวิจารณ์ถึงการขาดความโปร่งใส และปราศจากกระบวนการปรึกษาหารือและรับฟังความเห็นของภาคประชาสังคม ด้านสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เผยว่าที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวันเสาร์ (17) ได้ร่วมกันแก้ไขเนื้อหาของปฏิญญาดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมถึงเสียงวิจารณ์ต่างๆในช่วงก่อนหน้านี้ โดยยืนยันปฏิญญาสิทธิมนุษยชนของชาติสมาชิกอาเซียน มีความสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล อย่างไรก็ดี ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียขององค์กร “ฮิวแมน ไรต์ส วอทช์” เผยว่า ความพยายามในการแก้ไขเนื้อหาสาระของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันเสาร์ (17) ยังไม่เป็นการเพียงพอ ที่จะขจัดข้อบกพร่องต่างๆในปฏิญญาฯ ซึ่งโรเบิร์ตสันอ้างว่า จะนำไปสู่การยอมรับให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียนสามารถกวาดล้างการ เคลื่อนไหวต่างๆในสังคม ให้เป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายโดยอ้างบริบทแห่งชาติ หรืออ้างหลักการพื้นฐานเรื่องศีลธรรมจรรยาส่วนรวม “แทนที่อาเซียนจะทำให้ปฏิญญาด้านสิทธิมนุษยชนของตนเทียบเท่ากับมาตรฐาน ระหว่างประเทศ แต่ปฏิญญาของอาเซียนครั้งนี้กลับมีมาตรฐานที่ต่ำกว่า ด้วยการเปิดทางให้ชาติสมาชิกสามารถสร้างช่องโหว่ใหม่ๆ เพื่อรองรับการที่รัฐสามารถละเมิดสิทธิ์ของประชาชนในประเทศตัวเองได้อย่าง ชอบธรรม” โรเบิร์ตสันกล่าว ด้านมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย เรียกร้องให้ผู้สังเกตการณ์และกลุ่มเคลื่อนไหวจากทั่วโลกอย่างเพิ่งด่วนสรุป เรื่องมาตรฐานของปฏิญญาสิทธิมนุษยชนอาเซียน โดยอยากให้มองในแง่ที่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอาเซียนต่อการพัฒนาด้านสิทธิ มนุษยชนต่อไป