'สหรัฐ' เผยพร้อมใช้ปฏิบัติการทางทหารต่อซีเรีย คาดโจมตีทางอากาศข่มขู่อย่างเร็วพฤ.นี้ ด้าน 'อิสราเอล' พร้อมตอบโต้ หาก 'ซีเรีย' หันมาโจมตีเมื่อถูก 'มะกัน' ถล่ม
28 ส.ค. 56 โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐแถลงชี้แจงเหตุความชอบธรรมในการใช้กำลังทหารโจมตี ซีเรีย โดยยืนยันว่ามีการใช้อาวุธเคมีในซีเรียครั้งใหญ่ ซึ่งหากปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีการตอบโต้ จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐในอนาคต และประธานาธิบดีบารัก โอบามา กำลังพิจารณาทางเลือกต่างๆ ในการตอบโต้ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ
ขณะเดียวกันนิตยสารข่าวที่ชื่อว่า ฟอเรนซ์ โพลิซี หรือ นโยบายต่างประเทศ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองของสหรัฐสามารถดักฟังการสนทนาทางโทรศัทพ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ กระทรวงกลาโหมซีเรีย และหัวหน้าหน่วยอาวุธเคมี หลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในกรุงดามัสกัส เมื่อ 21 ส.ค. โดยเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเพื่อสอบถามเรื่องการ ใช้ก๊าซพิษทำลายประสาท ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 คน ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สหรัฐมั่นใจว่าการโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของ รัฐบาลซีเรีย
นอกจากนี้นายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า กองทัพเตรียมพร้อมแล้วสำหรับการเปิดฉากโจมจีซีเรีย หากได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดีโอบามา โดยบอกว่า ตอนนี้สหรัฐเคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปในภูมิภาค เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจใดๆ ที่ได้รับมอบหมาย
ขณะที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า โอบามา อาจจะเลือกการโจมตีเป้าหมายในวงจำกัด ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐบอกกับสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ระบุว่า สหรัฐอาจโจมตีซีเรียด้วยขีปนาวุธติดต่อกัน 3 วัน เริ่มจากวันพฤหัสบดีนี้ โดยมีเป้าหมายเพียงเพื่อข่มขู่ และไม่ได้ต้องการโค่นล้มประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด หรือ ทำลายศักยภาพทางทหารของซีเรียแต่อย่างใด
ขณะที่รัฐสภาอังกฤษเตรียมประชุมกันในวันพฤหัสบดีนี้ว่าจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ ต่อการใช้อาวุธเคมีในซีเรียอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน บอกว่า โลกไม่ควรเพิกเฉย เมื่อได้เห็นความสูญเสีย และความเจ็บปวดจากการโจมตีด้วยอาวุธเคมี
และประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลลองด์ ของฝรั่งเศสบอกด้วยว่า ฝรั่งเศสพร้อมจะลงโทษใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมี และตัดสินใจเพิ่มการช่วยเหลือทางทหารเพื่อสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรีย
ขณะที่นายวาลิด อัล-มูอัลเลม รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย บอกว่า ซีเรีย พร้อมปกป้องตัวเองทุกวิถีทาง หากถูกสหรัฐและพันธมิตรโจมตี แต่ไม่ได้ให้รายละเอียด ขณะเดียวกันยังคงปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมี พร้อมกับท้าทายให้สหรัฐ แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหา
ขณะที่รัสเซีย และจีน ที่เป็นพันธมิตรกับรัฐบาลซีเรีย ยืนยันว่า ไม่ควรมีการแทรกแซงทางทหารต่อซีเรีย เพราะจะเป็นการสร้างหายนะให้กับภูมิภาค พร้อมกันนี้รัสเซีย ยังระบุว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เป็นฝ่ายโจมตีด้ายอาวุธเคมี
'อิสราเอล' พร้อมตอบโต้ หาก 'ซีเรีย' หันมาโจมตีเมื่อถูก 'สหรัฐ' ถล่ม
นายกรัฐมนตรีบอกว่า อิสราเอล พร้อมสำหรับทุกเหตุการณ์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามกลางเมืองในซีเรีย แต่หากพบว่า มีความพยายามใดๆ ที่จะทำอันตรายต่ออิสราเอล พวกเขาจะตอบโต้ และจะตอบโต้อย่างหนัก
สำหรับบรรยากาศโดยทั่วไปในอิสราเอล ประชาชนก็มีความตื่นตัวในเรื่องนี้ไม่น้อย อย่างเช่นมีการสั่งจองหน้ากากกันแก๊สพิษ และไปรับสินค้าที่สั่งตามที่ทำการไปรษณีย์กันมาก แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า แม้จะมีการข่มขู่มาจากฝ่ายซีเรีย แต่ซีเรียไม่น่าจะโจมตีอิสราเอล ในส่วนของอันตรายจากพันธมิตรของซีเรีย เช่น กลุ่มเฮซบุลเลาะห์ ในเลบานอน ก็คาดว่าจะไม่โจมตีด้วยเช่นกัน เพราะทุกฝ่ายรู้ดีว่าอิสราเอล มีการเตรียมตัวรับมือกับเรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี
อย่างในวันนี้ คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันประเทศของรัฐสภาอิสราเอล ก็จะทบทวน ตรวจสอบความพร้อมของประเทศในเรื่องการกู้ภัยกรณีที่ประเทศถูกโจมตี ขีปนาวุธแพ็ตทริออต ที่ใช้ยิงสกัดจรวดของฝ่ายตรงกันข้าม ก็ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อม และเล็งเป้าไปยังบริเวณพรมแดนกับซีเรียแล้ว
นักวิเคราะห์ บอกว่าประธานาธิบดีบาชาร์ อัสซาด ของซีเรีย รู้ดีว่า การดึงอิสราเอล เข้ามาร่วมความวุ่นวายด้วย อาจจะยิ่งสร้างปัญหาให้กับเขามากขึ้น ซีเรีย อาจจะมีขีปนาวุธแบบพื้นสู่พื้น ที่ยิงมาถึงอิสราเอลได้ แต่ซีเรีย ก็สูญเสียกำลังไปมากในสงครามกลางเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทหารบก
ເມກາ/ອັງກິດ/ຝຣັ່ງເສດ 3ປະເທດຕີປະເທດດຽວ ຂອ້ຍຄິດວ່າຄົງຈະໜຸ່ນອູ້ຍປຸ້ຍໄປເລີຍ 5555555555