ລາວໂຮມລາວ ເພື່ອປະຊາທິປະໄຕ

Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: ข่าวใหญ่ สหรัฐฯ ส่งฝูงบิน B-1 คุมทะเลจีนใต้
Anonymous

Date:
ข่าวใหญ่ สหรัฐฯ ส่งฝูงบิน B-1 คุมทะเลจีนใต้
Permalink   
 


ข่าวใหญ่ สหรัฐฯ ส่งฝูงบิน B-1 คุมทะเลจีนใต้

555000009463504.JPEG

   สื่อหลายสำนักทั้งของจีนและเวียดนามต่างรายงานข่าวความเคลื่อนไหวนี้ อย่างครึกโครมในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างรายงานของยูเอสเอทูเดย์ (USA Today) หนังสือพิมพ์รายวันที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในสหรัฐฯ
       
       ต่างไปจากสงครามเวียดนามที่สหรัฐฯ ใช้ไทยกับฟิลิปปินส์เป็นฐานทัพหลักของเครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ B-52 ในภารกิจโจมตีทิ้งระเบิดตัดเส้นทางลำเลียงขนส่งของฝ่ายคอมมิวนิสต์เวียดนาม เหนือที่มุ่งลงสู่ภาคใต้ แต่คราวนี้ B-1B "แลนเซอร์" จะใช้ฐานทัพที่เกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นศูนย์ปฏิบัติการ
       
       นี่คือเครื่องบินทิ้งระเบิดคนละยุคสมัยกับ B-52 และไม่อาจจะเทียบกันได้ทั้งในด้านสมรรถนะ รัศมีปฏิบัติการและความสามารถในการโจมตีทำลายฝ่ายข้าศึก รวมทั้งภารกิจแตกต่างกันอีกด้วย
       
       สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่ยูเอสเอทูเดย์กล่าวว่า B-1B อาจจะเข้าไปมีบทบาทสำคัญในทะเลจีนใต้ น่านน้ำแห่งความขัดแย้ง และ "จุดเดือด" แห่งล่าสุดในแผนที่โลก ซึ่งในกรณีที่เกิดสงครามที่สหรัฐฯ กับพันธมิตรถูกข่มขู่ เครื่องบินทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุด
       
       ในสงครามอิรักและอัฟกานิสถานสหรัฐฯ ใช้ทหารบกกับกำลังนาวิกโยธินเป็นกำลังปฏิบัติการหลัก โดยมีเรือรบของกองทัพเรือในอ่าวเปอร์เซียและมหาสมุทรอินเดียสนับสนุนการโจม ตีทางอากาศ แต่ในย่านทะเลจีนใต้กองทัพอากาศจะเข้าไปมีบทบาทสำคัญ ในการสนับสนุนกองทัพเรือ
       
       สหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศว่า B-1B จะเข้าไปมีบทบาทอย่างไรบ้าง แต่นักวิเคราะห์ของจีนมองล่วงหน้าไปไกลแล้ว
       
       "ต่อไปนี้ภารกิจของเครื่องบินทิ้งระเบิดบี-1 จะไม่ใช่เขตภูเขาในอัฟกานิสถานอีกแล้ว หากเป็นเป้าหมายจีนทั้งในทะเลและแผ่นดินใหญ่" นักวิเคราะห์คนหนึ่งของสื่อกลาโหม ChinaDefence.Com กล่าว ทั้งยังชี้ให้เห็นว่า บี-1 เป็นภัยข่มขู่ใหญ่โตที่สุดสำหรับกองเรือพิฆาตและเรือบรรทุกเครื่องบินจีนใน อนาคต
       
       การเปิดเผยเรื่องนี้มีขึ้นในช่วงที่การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับ ฟิลิปปินส์ตึงเครียดหนัก และถ้าหากเกิดการต่อสู้รุนแรงทางเรือระหว่างสองประเทศ ก็อาจจะเลี่ยงไม่พ้นที่สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงโดยตรง ตามสนธิสัญญาพันธไมตรีที่เซ็นกับฟิลิปปินส์ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
       เครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B กำลังจะเข้าสนับสนุนภารกิจของกองทัพเรือที่ 7 ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อพิทักษ์คาบสมุทรเกาหลี และ รักษาเส้นทางเดินเรือเสรีทะเลจีนใต้ ในบรรดา 6 หรือ 7 ภารกิจ
       
       นักวิเคราะห์กลาโหมจีนได้เรียกร้องให้ทางการคอมมิวนิสต์ต้องคิดค้น พัฒนาอาวุธต่อสู้อากาศยานที่ประสิทธิภาพสูงสามารถรับมือกับ B-1B ที่บินในความเร็วสูงกว่า 1,400 กม.ต่อชั่วโมง เพื่อป้องกันเรือพิฆาตกับเรือบรรทุกเครื่องบินในอนาคต

 555000009463503.JPEG

   เครื่องบิน B-1B บรรทุกอาวุธต่างๆ ได้น้ำหนักรวมเกือบ 4 ตัน มากที่สุดในบรรดาเครื่องบินทิ้งระเบิดที่สหรัฐฯ เคยประดิษฐ์คิดค้นนำเข้าประจำการ นอกจากนั้นยังปฏิบัติการได้ทั้งในเพดานบินต่ำและสูงมากด้วยความเร็วเกือบ 3 เท่าเสียง มีระบบป้องกันตัวเองรอบด้าน
       
       แม้จะมีขนาดใหญ่โตมหึมา แต่ B-1B ใช้คนประจำบนเครื่องเพียง 4 คน เป็นนักบินกับผู้ช่วย ช่างเทคนิคกับเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธ ปฏิบัติการอย่างเป็นอิสระ ในทุกสภาพอากาศ ไปได้ในทุกที่และทุกเวลา ไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือใดๆ จากภาคพื้นดิน ไม่ต้องเติมน้ำมันกลางหาว
       
       ปัจจุบัน B-1B เป็นกำลังหลักในการปฏิบัติการระยะไกลของกองทัพอากาศ สามารถบินไป "หย่อน" ทั้งอาวุธนำวิถี ทั้งอาวุธที่ควบคุมความแม่นย้ำ และอาวุธทั่วไป ได้ในทุกหนแห่งทั่วโลก
       
       นักวิเคราะห์ของจีนกล่าวอีกว่า B-1B สามารถใช้เกาะกวมเป็นฐานในการปฏิบัติการทั่วเอเชียแปซิฟิกได้ ปัจจุบันยังสามารถติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางได้ แต่อาวุธทางยุทธวิธีที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าก็คือ AGM-158A JASSM ขีปนาวุธสำหรับโจมตีเป้าหมายทั้งบนบกและทางทะเล
       
       ตามข้อมูลของเว็บไซต์ข่าวกลาโหม ขีปนาวุธ AGM-158A เป็นจรวดร่อนแบบ "สเตลธ์" ติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อต้านการรบกวนโดยเรดาร์ มีระบบนำทางด้วยอิฟราเรด ยากแก่การตรวจจับ เป็นอาวุธก้าวหน้าล้ำยุคมากที่สุดอีกชนิดหนึ่ง
       
       ทันทีที่ปล่อยออกไปจรวดจะทำจะงานอย่างเป็นอิสระตามโปรแกรมที่ตั้ง ล่วงหน้า มันจะกางปีเล็กทั้งสองข้างออกโดยอัตโนมัติ และมีแพนหาง เช่นเดียวกับเครื่องบิน สำหรับควบคุมการ "ร่อน" ด้วยความเร็วสูง
       
       เมื่อเข้าใกล้เป้าหมาย จรวดจะวิ่งเข้าหาด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า “การเลือกอย่างสุขุม” (Standoff Missile) ก่อนพุ่งเข้าใส่ในตำแหน่งเหมาะที่สุด เพื่อการทำลายที่ได้ผลสูงสุดด้วยหัวรบบรรจุวัตถุระเบิดเข้มข้นแบบ WDU-42/B น้ำหนัก 1,000 ปอนด์ (450 กก.)
       
       ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก เคยมีการนำภาพ "สมาร์ตมิสไซล์" ชนิดหนึ่งออกเผยแพร่ทางโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ผู้ชมทั่วโลกรู้สึกทึ่งที่มันสามารถร่อนเข้าทางหน้าต่างเพื่อทำลายอาคารทั้ง หลังจากภายใน หรือ วิ่งเข้าปากถ้ำเพื่อระเบิดปากทางเข้า และนั่นก็คือขีปนาวุธ AGM-158A ที่โลกได้รู้จักเป็นครั้งแรก
       
       ปัจจุบัน AGA-158A ติดตั้งในเครื่องบินรบหลายรุ่น รวมทั้งในตระกูล F-18 "ฮอร์เน็ต" และ “ซูเปอร์ฮอร์เน็ต” บนเรือบรรทุกเครื่องบิน และ F-35 "ไล้ต์นิง” เครื่องบินรบยุคที่ 5 "สเตลธ์" ก้าวหน้าที่สุดของค่ายสหรัฐฯ ในขณะนี้ แต่ B-1B ติดขีปนาวุธชนิดนี้ถึง 24 ลูกเป็นมาตรฐาน มากพอสำหรับทำลายเรือรบทั้งกองในทะเลจีนใต้
       
       นอกจากนั้นตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาสหรัฐฯ ยังได้พัฒนาให้มีสมรรถนะสูงยิ่งขึ้นโดยใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ขับเคลื่อน กลายเป็น AGM-158B เพิ่มระยะปฏิบัติการขึ้นเป็น 600 ไมล์ หรือ 1,000 กม. และ ในปัจจุบันกองทัพอากาศสหรัฐฯ มี B-1B ประจำการถึง 60 ลำ โดยยังไม่ต้องพูดถึง B-2 กับ B-52.
       
       



__________________
Page 1 of 1  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.



Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard